วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มาออกกำลังกายกันเถอะครับทุกคน

   ทุกคนทราบกันดีว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ ต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้สุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วย ไม่เครียด อารมณ์แจ่มใส่ เบิกบาน ซึ่งถ้าขาดการออกกำลังกายก็ทราบเช่นกันว่ามีโทษต่อร่างกายอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแม้จะรู้ก็ยังมีคนไทยเราออกกำลังกายกันน้อยมาก

          เพราะอะไร? ทำไมประชาชนชาวไทย จีงออกกำลังกายกันน้อยมาก? คำพูดที่ได้ยินได้ฟัง กันเป็นประจำคือ "ไม่มีเวลาออกกำลังกาย" เช้าต้องรีบตื่นเดินทางจากบ้านมาที่ทำงาน เลิกงาน ก็ต้องรีบกลับ กลัวรถติด แต่ในความเป็นจริงปรากฏว่าเราก็ไปเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อยู่บนรถเพราะการ จราจรติดขัด จะขยับไปไหนก็ไม่ได้ เมื่อไม่มีอะไรทำขณะอยู่บนรถ  เรา ก็มักจะหยิบขนมขบเคี้ยวขึ้นมากินไปพลางๆ พฤติกรรมตัวอย่างข้างต้นส่งผลให้ปัจจุบันคนไทยมีปัญหาสุขภาพกันมาก ทั้งโรคที่เกิดกับร่างกาย เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง  และ โรคที่เกิดกับจิตใจ เช่น โรคเครียด วิตกกังวล การไม่ออกกำลังกายส่งผลเสียกับร่างกายมากขนาดนี้ แล้วทำไมเราจะยังดื้อไม่ออกกำลังกายกันอีกล่ะครับ

          เราจะแก้ไขปัญหาไม่มีเวลาออกกำลังกายได้อย่างไร? จริงๆ ไม่ยากเลย จะขอยกตัวอย่างวิธีสร้างแรงจูงใจง่ายๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยกระตุ้นให้เรานิยมออกกำลังกายกันมากขึ้น

           วิธีที่หนึ่ง สร้างแรงจูงใจโดยนึกถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย  วิธี นี้ทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสมก่อให้ เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม มีประโยชน์มากมายขนาดนี้ มีแต่ได้กับได้ แล้วทำไมเราจะพลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้ล่ะ

           วิธีที่สอง นึกไว้ว่าการออกกำลังกายทำให้เรามีรูปร่างทรวดทรงสมส่วน ลดไขมันส่วนเกินของร่างกาย หาเสื้อผ้าสวมใส่ได้ง่าย ไม่ต้องคอยมองหาขนาดใหญ่พิเศษ ช่วยเสริมให้เรามีบุคลิกภาพดีมีเสน่ห์ต่อคนรอบข้าง  ดัง ที่เราจะสังเกตเห็นว่าสาวๆ ที่ออกกำลังกายจะเดินเหินหรือทำกิจกรรมอะไรก็กระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว หนุ่มๆ ก็ดูสมาร์ต เข้มแข็งเป็นคนมีบุคลิกดี

           วิธีที่สาม นึกไว้ว่างการออกกำลังกายทำให้เรามีโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้สังสรรค์กับเพื่อนๆ ตกเย็นหลังเลิกงานเราจะได้ไปเล่นกีฬากับเพื่อนๆ ได้หัวเราะ ได้พูดคุยไปพร้อมๆ กัน การออกกำลังกาย จึงเป็นสื่อในการเข้าสังคมได้อย่างดี

           วิธีที่สี่ การออกกำลังกายทำให้เราได้ผ่อนคลายความตึงเครียด จากการทำงานหรือจากการดำเนินชีวิตประจำวันเพราะเมือเราออกกำลังกายร่างกายจะ หลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เรากระชุ่มกระชวย กระปี้กระเปร่า ทำให้เรารู้สึกสดชื่น เป็นวิธีคลายเครียดที่ให้ทั้งความสุขทางจิตใจ และประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย

           และ วิธีสุดท้าย เปลี่ยนความคิดที่ว่าการออกกำลังกายจะต้องเปลี่ยนชุดกีฬา ต้องไปออกกำลังกายที่กว้างๆ ต้องมีเวลา ต้องมีคนไปร่วมออกกำลังกายเป็นเพื่อนด้วย ยิ่งคิดแบบนี้คนที่บอกไม่มีเวลาก็จะยิ่งหนีไกลไม่ออกกำลังกายและความคิดนี้ ก็เชยแล้วล่ะครับ เดี๋ยวนี้เรามีวิธีออกกำลังกายง่ายๆ ทำได้ทุกที่แล้ว  ตัวอย่าง กิจกรรมการออกกำลังกายง่ายๆ ที่ทำได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่ต้องหาเวลาทำอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น เดินขึ้นบันได 3-4 ชั้นแทนการใช้ลิฟต์(ประหยัดไฟช่วยชาติ) เดินไปตลาดใกล้บ้านแทนการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (ประหยัดได้หลายบาท) ชั่วโมงธุรกิจอยู่เล่นกีฬากับเพื่อนร่วมงานดีกว่าต้องไปนั่งจับเจ่าหงุดหงิด อยู่บนรถที่ติดเป็นตังเม (ช่วยให้ไม่เสียอารมณ์) หรือยกดัมเบลเวลารอรถขยับ เมื่อการจราจรติดขัด (ได้กล้ามเนื้อฟิตแอนด์เฟิร์ม) นอกจากนี้บางกิจกรรมทำแล้วยังช่วยให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่างๆ อันอาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย เช่น การเดินข้ามสะพานลอยแทนการวิ่งตัดข้ามบนถนนให้หวาดเสียว วิธีการออกกำลังกายง่ายๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ได้ขยับเขยื้อนร่างกาย นำมาซึ่งสุขภาพร่างกายและจิใจที่แข็งแรง

          ลองปฏิบัติดูครับ และหลังจากที่เราสร้างนิสัยออกกำลังกายได้แล้ว ช่วยหันไปสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายแก่บุคคลรอบข้างด้วย สิ่งดีๆ มีประโยชน์ควรบอกต่อๆ กันครับ


วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ภูมิปัญญาไทย

           ภูมิปัญญา ตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Wisdom หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ทักษะความเชื่อ และศักยภาพในการแก้ปัญหาของมนุษย์ที่สืบทอดกันมาจากอดีตถึงปัจจุบันอย่างไม่ขาดสายและเชื่อมโยงกันทั้งระบบทุกสาขา
          ภูมิปัญญาไทย หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ทักษะและเทคนิคการตัดสินใจ ผลิตผลงานของบุคคล อันเกิดจากการสะสมองค์-ความรู้ทุกด้านที่ผ่านกระบวนการสืบทอด พัฒนาปรับปรุง และเลือกสรรมาแล้วเป็นอย่างดีสามารถแก้ไขปัญหา และพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัย
          ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาชาวบ้านหมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านคิดขึ้นได้เองและนำมาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นเทคนิควิธี เป็นองค์ความรู้ของชาวบ้าน ทั้งทางกว้างและทางลึกที่ชาวบ้านคิดเอง ทำเอง โดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัยความเหมือนกันของภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ เป็นองค์ความรู้ และเทคนิคที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ ซึ่งได้สืบทอดและเชื่อมโยงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
          ความต่างกันของภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ ภูมิปัญญาไทย เป็นองค์ความรู้และความสามารถโดยส่วนรวม เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ ส่วน ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นองค์ความรู้และความสามารถในระดับท้องถิ่นซึ่งมีขอบเขตจำกัดในแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาษาไทยเป็นภูมิปัญญาไทย ในขณะที่ภาษาอีสานเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น



ภูมิปัญญาไทยกับการเสริมสร้างสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน


ทุกชุมชนมีวิถีการดำรงชีวิตเป็นของตนเอง และมีสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ทำให้สมาชิกในชุมชนมีภูมปัญญาที่แตกต่างกันออกไป โดยภูมิปัญญาเหล่านั้นได้ผ่านการลองผิดลองถูก และกลายมาเป็นภูมิปัญญาในการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ หรือ การประคบสมุนไพรรักษาอาการปวดเมื่อยเป็นต้น ดังนั้นภูมิปัญญาไทยจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพในเรื่องของการบำบัด บรรเทา รักษาอาการเจ็บป่วย การป้องกันโรค และการเสริมสร้างสุขภาพ

แนวทางการใช้ภูมิปัญญาไทยเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน

การแพทย์แผนไทย( Thai Traditional Medicine ) หมายถึง กระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา การป้องกันโรค หรือการฟื้นฟูสุขภาพ

การแพทย์แผนไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับชุมชนของตัวเองได้ เช่น

การนวดแผนไทย เป็นภูมิปัญญาในการรักษาโรค การนวดไทยแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่

1.  การนวดแบบราชสำนัก

2.  การนวดแบบเชลยศักดิ์

การนวดไทยมีผลดีต่อสุขภาพในหลายๆด้าน เช่น การกระตุ้นระบบประสาท  และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง เป็นต้น
                                                      การนวดแผนไทย



กระประคบสมุนไพร เป็นการใช้สมุนไพรในการฟื้นฟูสุขภาพโดยการนำสมุนไพรมาห่อและนำไปประคบบริเวณที่มีอาการปวดเมื่อย จะสามารถช่วยบรรเทาอาการได้

น้ำสมุนไพร ผักพื้นบ้านและอาหารเพื่อสุขภาพ น้ำสมุนไพร และอาหารช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงอยู่ในภาวะปกติ โดยเกิดจากความเฉลียวฉลาดของบรรพบุรุษ เช่น น้ำขิงช่วยในการขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

การทำสมาธิ สวดมนต์ และภาวนาเพื่อการรักษาโรค เป็นวิถีชีวิต และความเชื่อ จัดว่าเป็นภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยซึ่งมีผลต่อสภาพจิตใจเป็นอย่างดี เพราะการนั่งสมาธิ สวดมนต์และการภาวนาช่วยให้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ และทำให้จิตใจเกิดความสงบ


กายบริหารแบบไทย หรือกายบริหารท่าฤาษีดัดตน เป็นภูมิปัญญาเกิดขึ้นจากการเล่าต่อๆกันมาของผู้ที่นิยมนั่งสมาธิ เมื่อปฏิบัติอย่างถูกต้องจะช่วยรักษาอาการปวดเมื่อย ทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี สร้างสมาธิ และผ่อนคลายความเครียดได้


  
  ลักษณะของภูมิปัญญาไทย
ลักษณะของภูมิปัญญาไทย มีดังนี้
          ๑. ภูมิปัญญาไทยมีลักษณะเป็นทั้งความรู้ทักษะ ความเชื่อ และพฤติกรรม
          ๒. ภูมิปัญญาไทยแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
          ๓. ภูมิปัญญาไทยเป็นองค์รวมหรือกิจกรรมทุกอย่างในวิถีชีวิตของคน
          ๔. ภูมิปัญญาไทยเป็นเรื่องของการแก้ปัญหา การจัดการ การปรับตัว และการเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดของบุคคล ชุมชน และสังคม
          ๕. ภูมิปัญญาไทยเป็นพื้นฐานสำคัญในการมองชีวิต เป็นพื้นฐานความรู้ในเรื่องต่างๆ
          ๖. ภูมิปัญญาไทยมีลักษณะเฉพาะ หรือมีเอกลักษณ์ในตัวเอง
          ๗. ภูมิปัญญาไทยมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อการปรับสมดุลในพัฒนาการทางสังคม

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554


หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ร่างกายของคนเรา
 กระบวนการสร้างเสริม และดำรงประสิทธิภาพ การทำงานของระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และระบบต่อมไร้ท่อ
       อวัยวะทุกส่วนในร่างกายของคนเราทำงานสัมพันธ์กันเป็นระบบ ทุกระบบต่างมีความสำคัญต่อร่างกายทั้งสิ้น ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์ มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันเป็นจำนวนนับล้านๆเซลล์ กลุ่มเซลล์ที่ร่วมกันทำหน้าที่เฉพาะอย่าง เรียกว่า เนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกันร่วมทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง เรียกว่า อวัยวะ อวัยวะทำงานกันเกิดเป็นระบบ
ความสำคัญและหลักการของกระบวนการสร้างเสริม และดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย
      มนุษย์จะดำรงอยู่ได้ด้วยการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย การแบ่งส่วนประกอบของร่างกายออกเป็นระบบต่างๆ จะช่วย ให้เข้าใจการทำงานของระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้องง่ายขึ้น ในปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวจึงได้เปลี่ยนมาเน้นการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคโดยถือว่าเป็นการป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ซึ่งหลักการสร้างเสริมสุขภาพจะได้กล่าวในหัวข้อต่อไปนี้                                                                        - รักษาอนามันส่วนบุคคล อาบน้ำให้สะอาดทุกวัน ถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลาทุกวัน เป็นต้น
-บริโภคอาหารให้ถูกต้องเหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการและความสะอาดปลอดภัย
-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
-ผักผ่อนให้เพียงพอ เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดและลดความเมื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ
-ทำจิตใจให้ร่างเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
-หลีกเลี่ยงอบายมุขและสิ่งเสพติดให้โทษ
-ตรวจเช็คร่างกาย
 ระบบประสาท
       คือ ระบบที่ประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาททั่วร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันในการควบคุม การทำงานและการรับความรู้สึกของอวัยวะทุกส่วน และจะเป็นศูนย์กลางคอยรับการกระตุ้นแล้วส่งกระแส  คำสั่งผ่านเส้นประสาทที่กระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายให้ทำงานตามที่ต้องการ
องค์ประกอบของระบบประสาท
 ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system) ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง ซึ่งเป็น ศูนย์กลางควบคุมการทำงานของร่างกายทั้งหมด
สมองแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ
    สมองส่วนหน้า ประกอบด้วย
-ซีรีบรัม ทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ ความนึกคิด ไหวพริบ
-ทาลามัส ทำหน้าที่เป็นสถานีถ่ายทอดกระแสประสาทที่รับความรู้สึก
-ไฮโพทาลามัส ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
   สมองส่วนกลาง ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของลูกตาและม่านตา
   สมองส่วนท้าย ประกอบด้วย
-ซีรีเบลลัม ทำหน้าที่ในการดูแลการทำงานของส่วนต่างๆของร่างกาย และระบบกล้ามเนื้อ
-พอนส์ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานบางอย่าง เช่น การเคี้ยวอาหาร
-เมดัลลา ออบลองกาตา ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมกิจกรรมของระบบอัติโนมัติ
ไขสันหลัง
ทำหน้าที่รับกระประสาทจากส่วนต่างๆ ของร่างกายส่งต่อไปยังสมองและรับกระแสประสาทตอบสนองจากสมองเพื่อส่งไปยังอวัยวะต่างๆ และยังคุมปฎิกิริยารีเฟลกซ์
 ระบบประสาทส่วยปลาย ประกอบด้วย เส้นประสาทสมอง เส้นประสาทไขสันหลัง และประสาทระบบ อัติโนมัติ จะทำหน้าที่นำความรู้สึกจากส่วนต่างๆของร่างกายเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางไปยังอวัยวะปฎิบัติงาน
1)      เส้นประสาทสมองมีอยู่ 12 คู่
2)      เส้นประสาทไขสันหลัง มีอยู่ 31 คู่
3)      ระบบประสาทอัตโนมัติ เป็นระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะที่อยู่นอกอำนาจจิตใจ ศูนย์กลางการควบคุมของระบบประสาทอัตโนมัติจะอยู่ในก้านสมอง
ระบบสืบพันธุ์
เป็นระบบที่เกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนของสิ่งมีชีวิตให้มากขึ้นตามธรรมชาติเพื่อให้ดำรงเผ่าพันธุ์ไว้ได้
อวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย
 -อัณฑะ ทำหน้าที่สร้างตัวอสุจิซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย และสร้างฮอร์โมนเพศชายคือ เทสโทสเทอโรนเพื่อควบคุมลักษณะต่างๆของเพศชาย ภายในอัณฑะจะประกอบด้วย หลอดสร้างตัวอสุจิ
- ถุงหุ้มอัณฑะ  ทำหน้าที่ ควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะในการสร้างตัวอสุจิ
- หลอดเก็บตัวอสุจิ ทำหน้าที่เก็บตัวอสุจิที่เจริญเต็มที่ก่อนที่จะส่งผ่านไปยังหลอดนำตัวอสุจิ
- หลอดนำตัวอสุจิ ทำหน้าที่ลำเลียงตัวอสุจิไปเก็บไว้ที่ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ
- ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงตัวอสุจิ ทำหน้าที่สร้างอาหารเพื่อใช้เลี้ยงตัวอสุจิ
- ต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่หลั่งสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ เข้าไปในท่อปัสสาวะเพื่อทำลายฤทธิ์กรดในท่อปัสสาวะ
- ต่อมคาวเปอร์ ทำหน้าที่หลั่งสารไปหล่อลื่นท่อปัสสาวะในขณะที่เกิดการกระตุ้นทางเพศ
อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง
1 รังไข่ ทำหน้าที่ดังนี้
-ผลิตไข่
-สร้างฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ เอสโทรเจน และ โพรเจสเทอโรน
2 ท่อนำไข่ ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของไข่ที่ออกจากรังไข่เข้าสู่มดลูก
3 มดลูก ทำหน้าที่เป็นที่ฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วและเป็นที่จริญเติบโตของทารกในครรภ์
4 ช่องคลอด เป็นทางผ่านของตัวอสุจิ และเป็นทางออกของทารก
ระบบต่อมไร้ท่อ
เป็นระบบที่ผลิตสารที่เรียกว่า ฮอร์โมนเป็นต่อมที่ไม่มีท่อ


ต่อมไร้ท่อในร่างกาย
ต่อมใต้สมอง แบ่งเป็น 2ส่วน คือ ต่อมใต้สมองส่วนหน้าและต่อมใต้สมองส่วนหลัง
มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายและกระดูก และยังทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่ออื่นๆ
-ต่อมหมวกไต  แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นในจะสร้างฮอร์โฒนอะดรีนาลีนส่วนชั้นนอกจะสร้างฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญอาหาร
-ต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่า ไทรอกซิน
-ต่อมพาราไทรอยด์ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณของแคลเซียมในเลือดและรักษาความเป็นกรดด่างในร่างกาย
-ต่อมที่อยู่ในตับอ่อน มีหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำตาลของร่างกาย
-รังไข่ ในเพศหญิงและอัณฑะในเพศชาย
-ต่อมไทมัส ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย